ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เนื้อเยื่อเทียม(Alloderm) วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ
รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม
















กระดูกอ่อนหลังหู วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง
แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญครับ



เนื้อเยื่อไขมันหลังหู(Dermofat graft) สามารถนำมาเสริมปลายจมูกได้ ดูเป็นธรรมชาติ แต่มีแผลเพิ่มอีกแผลที่หลังหู
และมีโอกาสเนื้อเยื่อตายได้ เนื้อเยื่อเทียม นิ่มกว่า แต่อาจแพ้ได้ ส่วนกระดูกอ่อนหลังหู ไม่แพ้แน่นอนครับ เพราะเป็นกระดูกอ่อนเราเอง แต่จะมีแผลเพิ่มหลังหู ประโยชน์ของ ทั้ง 2 อย่างเหมือนกันครับ ใช้กรณี ผิวปลายบาง ป้องกันการทะลุ เพิ่มปลายให้ดูสวยขึ้น แต่กระดูกอ่อน ปลอดภัยกว่า แต่แพงกว่า
ถาม - แล้วกระดูกอ่อนถ้านานไปปลายจะไม่หด งอ เหรอครับ?
ตอบ - ไม่ครับเพราะก่อนใส่ เราตัดแต่งกระดูกอ่อน ให้เรียบเนียน จึงนำมาเย็บใส่เข้ากับซิลิโคนครับ และเทคนิค
การผ่าตัดของแพทย์ ก็เป็นเทคนิคที่ป้องกันการ หด รัด งออยู่แล้วครับ ซึ่งเปอร์เซ็นของการ หด รัด งอ ก็ยังมีโอกาสอาจเกิดขึ้นได้ แต่ น้อยมากครับ แต่หาก เนื้อเยื่อ หรือ การหายของแผล ของคนไข้เอง เป็นแบบแผลเป็นนูน แข็งอยู่แล้ว โอกาสหดรัดของกระดูกอ่อนหลังหู ก็อาจเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยครับ ป้องกันได้ โดยการคลึงปลายจมูกหลังสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไปครับ

รีวิวเสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู

การเสริมจมูกและปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม" (Artificial Tissue) มีลักษณะเป็นแผ่นนิ่มคล้ายฟองน้ำใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกให้หนาขึ้นใช้สำหรับคนไข้ที่มีผิวที่บางจากผิวธรรมชาติ หรือเคยผ่านการฉีดสารเติมเต็มมาก่อน(จะทำให้เนื้อเยื่อบางกว่าปกติ) หรือเสริมเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุจากการเสริมซิลิโคนในระยะยาว
นิยมใช้กันแพร่หลายในประเทศเกาหลี แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมากเนื่องราคาค่อนข้างสูงมาก แต่ถ้าเทียบกับความคุ้มค่าและการลดความเสี่ยงก็ถือว่าคุ้มมากเลยทีเดียว
ถามว่าดีกว่ากระดูกอ่อนอย่างไร? แน่ๆเลยคือป้องการการทะลุแต่โอกาสที่จะเป็นก้อนแข็งๆ เป็นกระเปาะที่ปลายจมูก แบบรองด้วยกระดูกอ่อนแทบไม่มีเลยครับ
อีกทั้งยังไม่ต้องผ่าตัดถึง 2 จุด เพื่อนำกระดูกอ่อนออกมาใช้ และแน่นอนการเสริมต่อปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียมย่อมช่วยลด โอกาสการเกิดปัญหาอื่นๆ หลังจากการเสริมจมูกในระยะยาวไปได้มาก 
 ผมได้เลือกสรรวัสดุที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าดีและปลอดภัยจริงพร้อมเทคนิคการแพทย์ใหม่ๆ โดยแพทย์และศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...