ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
รู้หรือไม่ โบท็อกซ์ (Botox) มีประโยชน์มากกว่าที่คุณรู้

การฉีดโบท็อกซ์ช่วยลดเลือนริ้วรอย หรือแม้กระทั่งฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยสไตล์เกาหลีก็แสนง่ายครับ แต่นอกจากข้อดีในเรื่องความสวยความงามเหล่านี้แล้ว โบท็อกซ์ยังมีประโยชน์ดีๆ ที่เราไม่รู้อีกครับ

สังคมสมัยนี้อยากสวยก็ไม่จำเป็นต้องไปผ่าตัดศัลยกรรมให้ยุ่งยากกันครับ เพียงแค่ฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum toxin A) เข็มเดียวก็เนรมิตใบหน้าเรียวกระชับ ไร้ริ้วรอยได้แล้ว แต่ รู้ไหมครับว่าประโยชน์ของเจ้าโบท็อกซ์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นสารโปรตีนเสริมความสวยความงามให้เราเท่านั้น แต่เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปแล้ว ร่างกายอาจจะได้ผลพวงดีๆ อีกตั้ง 8 ข้อกันนะครับ

1. ระงับกลิ่นกาย

    โบท็อกซ์ก็ช่วยระงับกลิ่นกายให้คุณได้ด้วย ซึ่งข้อมูลนี้ก็ได้รับการยืนยันจากสำนักงานอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วว่า โบท็อกซ์สามารถเข้าไปยับยั้งการหลั่งเหงื่อใต้วงแขนได้ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทั่วไป แต่ระยะเวลาในการระงับเหงื่ออาจจะต้องขึ้นอยู่กับบุคคลเป็นรายๆ ไป บางคนอาจจะสบายใจได้แค่ 1 สัปดาห์หลังการฉีดโบท็อกซ์เท่านั้น แต่กับบางคนเจ้าโบท็อกซ์อาจจะช่วยระงับเหงื่อได้นานถึง 7 เดือนขึ้นไปเลยทีเดียว และยังช่วยในเรื่องระงับกลิ่นกาย และแก้ปัญหาเท้าเหม็นกันเลยล่ะครับ

2. ลดความเครียด

          มีงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางจิตเวช สหรัฐอเมริกา เผยว่า สาวๆ อาสาสมัครที่มีแนวโน้มเป็นโรคเครียดมีอาการเครียดน้อยลงเมื่อเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์เพียง 1 เข็ม ซึ่งทีมนักวิจัยก็สรุปออกมาคร่าวๆ ว่า ที่แนวโน้มความเครียดลดลงอาจจะเป็นเพราะเมื่อรูปลักษณ์ของพวกเธอดูดีขึ้น จึงทำให้รู้สึกแฮปปี้มากขึ้นด้วยนั่นเองครับ       

3. ลดปัญหานอนกัดฟัน

          การนอนกัดฟันเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะเป็นพฤติกรรมนอกเหนือการควบคุมของอำนาจจิตใจ แต่ถ้าได้ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปสักเข็ม จะช่วยชะลอการบดเบียดของกล้ามเนื้อ ซึ่งเท่ากับว่าสามารถลดปัญหานอนกัดฟัน ไปด้วยในตัว โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับการเคี้ยว หรือการยิ้มและขยับปากแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้โบท็อกซ์ก็จัดเป็นวิธีการลดปัญหาเพียงชั่วคราวเท่านั้น (อาจช่วยได้นานสุดแค่ 4 เดือน) ในทางการแพทย์จึงยังไม่ลงมติว่าโบท็อกซ์สามารถรักษาพฤติกรรมนอนกัดฟันได้อย่างถาวรครับ

4. รักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

          ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง จนส่งผลกระทบทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะไวต่อความรู้สึก สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการฉีดโบท็อกซ์ได้ด้วย โดยมีการยืนยันจากสำนักงานอาหารและยา สหรัฐอเมริกา มาแล้วว่า โบท็อกซ์จะเข้าไปชะลอระบบของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้รู้สึกอดทนต่อการปวดปัสสาวะได้นานขึ้นนั่นเองครับ

5. ลดอาการมือสั่น

          ผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบ หรือโรค MS ที่มีอาการมือสั่นเป็นผลข้างเคียงของโรค ก็สามารถรักษาอาการมือสั่นด้วยการฉีดโบท็อกซ์ได้เช่นกันค่ะ ยืนยันจากนักวิจัยประเทศออสเตรเลียมาแล้วด้วยว่า โบท็อกซ์มีสรรพคุณลดอาการมือสั่นกันได้ด้วยครับ       

6. รักษาโรคไมเกรน

         คนไหนที่ทรมานกับโรคไมเกรนมาโดยตลอด อีกทั้งยังเข้าข่ายเป็นผู้ป่วยโรคไมเกรนเรื้อรัง ที่มีความถี่ของอาการเดือนละไม่ต่ำกว่า 15 ครั้ง แต่ละครั้งสร้างความทรมานยาวนานถึง 4 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ทางสำนักงานอาหารและยา สหรัฐอเมริกาเขาการันตีมาแล้วว่า โบท็อกซ์สามารถรักษาโรคไมเกรนเรื้อรังได้อยู่หมัด (ติดตามได้ที่บทความเรื่อง โบท็อกซ์รักษาอาการไมเกรนครับ)

7. ลดความเจ็บปวดโรคข้อเข่าเสื่อม

          เมื่อเริ่มมีปัญหาปวดข้อเข่าอยู่บ่อย ๆ และมีแนวโน้มจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม นักวิจัยจากมินเนอาโพลิสแนะนำให้ลองฉีดโบท็อกซ์ป้องกันอาการข้อเข่าเสื่อมไปที่หัวเข่าโดยตรงได้เลย เพราะโบท็อกซ์สามารถลดความเจ็บปวดโรคข้อเข่าเสื่อมได้อยู่หมัด อีกทั้งยังช่วยป้องกันอาการโรคข้อเข่าเสื่อมเรื้อรังจนต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนเข่าได้อีกทางหนึ่งด้วยครับ

 8. แก้ปัญหาอาการหนังตากระตุก

          สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาชี้แจงว่า สำหรับคนที่มีปัญหาหนังตากระตุก หรือมีอาการตาเขก็สามารถฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ไขอาการที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของร่างกายเหล่านี้ได้ด้วย แต่ทั้งนี้ผลของการรักษาอาจจะไม่หายขาด เพียงแค่ระงับอาการได้นานประมาณ ​2-3 เดือนเท่านั้น ฉะนั้นจึงยังไม่ถือเป็นการรักษาโรคแต่อย่างใดครับ

          โบท็อกซ์ไม่ได้มีดีแค่ช่วยทำให้หน้าตึงกระชับ หรือรูปหน้าดูดีขึ้นเท่านั้นครับ แต่ยังมีประสิทธิภาพในการรักษาและแก้ไขอาการผิดปกติบางอย่างของร่างกาย รวมทั้งโรคบางโรคได้อีกต่างหาก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...