ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

HIFU Super V ช่วยกระชับผิวได้จริงหรือ ?



          ปัจจุบันขึ้นชื่อว่าการทำศัลยกรรมใบหน้า หลายๆ คนก็จะจินตนาการถึงความเจ็บที่เราต้องแลกมากับความงามและมีค่าใช้จ่ายสูงครับ แต่ด้วยวัยที่ล่วงเลย ผิวหน้าที่เคยดูสวยงาม เปล่งปลั่ง ก็เริ่มร่วงโรย แม้ว่าเราจะดูแลสุขภาพของตัวเองดีเพียงใดก็ย่อมหลีกเลี่ยงปัญหา ผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยต่างๆ ของเราไม่ได้เลยนะครับ วันนี้หมอจะมาบอกเคล็ดลับการยกกระชับหน้า แบบไม่เจ็บตัวกันครับ


HIFU Super V ก็คือโปรแกรมที่ยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรมครับ  เทคโนโลยี HIFU หรือ High Intense Focus Ultrasound  มีประสิทธิภาพในการยกกระชับ เป็นการรวมกลุ่มคลื่นอัลตร้าซาวน์ ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อครับ หรือ ชั้น SMAZ ทำให้เกิดการหดตัว และคอลลาเจนก็จะมาเติมเต็มครับ คล้ายการเย็บผิวหน้า ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวทำให้ผิวยกกระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะสำหรับกับคนที่กลัวเข็ม เพราะไม่ได้ใช้เข็มในการทำ และยังไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นอีกด้วยนะครับ




ตัวเครื่องส่งกระแสพลังงานลึกถึง 4.5 mm. ของใต้ชั้นผิว มีคลื้นความถี่ 3MHz, 4MHz, 7MHz, 10MHz ครับ ตอบโจทย์สำหรับ ปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยรอบดวงตา เหนียงใต้คาง ยกกระซับผิว (Lifting) ทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยตึงกระชับ ลดเหนียงใต้คางและคาง 2 ชั้น  ลดริ้วรอยรอบดวงตา รูปหน้าดู V-shape มากขึ้นครับ และสลายไขมันใต้ผิวหนัง รูขุมขนเล็กลง กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนใต้ผิว ลดร่องลึกบริเวณใบหน้า เช่น หน้าผาก,ร่องแก้ม อีกทั้งยังสามารถปรับระดับพลังงานได้หลายระดับ เพื่อการฟื้นฟูผิวทุกระดับชั้น ผลลัพธ์นั้นอาจมีความแตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคนครับ ชัดเจนเมื่อได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 เดือนขึ้นไป เนื่องจากเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่จะเกิดขึ้นสมบูรณ์หลัง 3 เดือน และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน ผลการรักษาจะอยู่ได้ต่อเนื่องประมาณ 1 ปีครับ


ความรู้สึกขณะทำ
ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งประมาณ 40-60 นาที ในขณะทำจะรู้สึกสบายผิว ไม่มีอาการแสบร้อน เพราะพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวน์มีความถี่สูงถึง 1,000 ครั้ง/วินาที สูงจนเซลล์ประสาทไม่สามารถสัมผัสได้ จึงทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกเพียงความอุ่นเล็กน้อยในบริเวณผิวที่ทำครับ





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...