ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สัญญาณเตือน ก่อนจมูกทะลุ !!



สัญญาณเตือน ก่อนจมูกทะลุ !!

     ปัญหาหลัก ๆ ที่คนทำศัลยกรรมจมูกมักจะเจอ และคนไข้หลายๆคนเป็นกันมาก ก็คือ เรื่องของ "จมูก ทะลุ " นั่นเองครับ เนื่องมาจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อจมูกน้อย ผิวจมูกบางเกินไป แต่อยากเสริมจมูกให้โด่ง ๆ , ซิลิโคนที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน, เกิดจากการแก้จมูกแล้วแก้จมูกอีก ทำให้เนื้อจมูกบางลง หรือแม้แต่การเสริมจมูกไปนาน ๆ ก็อาจเสี่ยงทำให้จมูกบางลงและเกิดการทะลุได้เช่นเดียวกันครับ  ดังนั้นถ้าไม่อยากให้สายเกินแก้ หมอมีวิธีสังเกตง่ายๆ สัญญาณเตือนของ “จมูกทะลุ” มาฝากครับ

1. ความยาวเกินไป หรือตัวซิลิโคน จมูกยาวงุ้มผิดปกติ เนื่องมาจากการเสริมจมูกไปนาน ๆ จะทำให้เกิดเนื้อเยื่อหุ้มบริเวณซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อมีความหนาและแข็ง จนเกิดการบีบรัดซิลิโคนทำให้เอียงหรือเลื่อนลงมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้จมูกบางลงจนเกิดการทะลุได้

2. ผิวจมูกค่อนข้างบาง อาจจะไม่เหมาะในการทำจมูก เป็นสาเหตุหลักๆในการทำให้จมูกทะลุครับ

3. จมูกมีการรัดแกน แรกๆอาจจะรู้สึกทรงดี แต่ว่าเวลาผ่านไป มันรัดแกนมากขึ้น และยาวไป โด่งไป จมูกก็จะบิดตัว มันจะเป็นสัญญาณแรกก่อนที่จะทะลุ และจะใสมากขึ้นครับ

4. ปลายจมูกเริ่มแดง เมื่อไหร่ที่เริ่มแดง เป็นสัญญาณที่อันตรายมากครับ  เพราะว่า ถ้าเกิดว่ามันทะลุแล้ว จะแก้ไขได้ค่อนข้างยาก จำเป็นต้องถอดจมูก  พักจมูก ซึ่งเวลาที่แก้ไข หลังจากที่คนไข้พักจมูกแล้ว รอแก้จมูกต้องรอประมาณเกือบ 1 ปี ครับ ต้องใช้กระดูกซี่โครงในการทำ และต้องทำด้วยเทคนิคโอเพ่น (Open Reconstruction) เท่านั้น ซึ่งวิธีการทำก็ค่อนข้างเสี่ยงและอันตรายครับ

5. ปลายจมูกสะท้อนแสง จมูกจะสะท้อนแสง มันวาวมากกว่าปกติ หรือมีสีขาวๆ ใสๆ สังเกตง่าย ๆ ที่บริเวณปลายจมูก ถ้ามีอาการแบบนี้แสดงว่าเนื้อที่ปลายจมูกเริ่มบางมาก ๆ แล้วครับ ทำให้มองเห็นผิวของซิลิโคนที่อยู่ใต้ผิวหนังสะท้อนออกมา

6. ลูบปลายจมูกแล้วรู้สึกเสียว ๆ เมื่อซิลิโคนเกิดการดันออกมาอยู่ใกล้ผิวหนังมากเกินไป เป็นสาเหตุให้ผิวจมูกเริ่มบางลง และเมื่อเอามือลูบจะรู้สึกว่าเสียวแปล๊บ ๆ เพราะจมูกมีเซลล์รับสัมผัสที่มากกว่าบริเวณอื่น ๆ และหากผิวยิ่งบางลงเท่าไร ก็จะยิ่งรู้สึกเสียวมากขึ้นด้วยครับ

7. มีสิวหัวช้างที่จมูก สำหรับใครที่เป็นสิวหัวช้าง กินยา ทายา แล้วไม่หาย อาจเกิดการอักเสบลุกลามทำให้เนื้อเยื่อที่หุ้มซิลิโคนเสริมจมูกเกิดอาการอักเสบ และติดเชื้อได้ ซึ่งการอักเสบนี้จะส่งผลทำให้ผิวหนังบริเวณจมูกบางลง เป็นสาเหตุทำให้ซิลิโคนทะลุได้

8.จมูกมีร่องบุ๋ม ร่องบุ๋มบริเวณจมูกมักเกิดจากผิวหนังจมูกด้านบนลงมาติดกับขอบของซิลิโคน กลายเป็นพังผืด ทำให้ผิวส่วนนั้นเกิดการรัด จึงทำให้มองเห็นขอบของซิลิโคนได้ชัดมากขึ้น

9. ซิลิโคนโผล่ออกมา อาการที่ซิลิโคนโผล่ออกมาที่ปลายจมูก  เห็นเป็นปลายขาว ๆ ชัดเจนแล้วว่าจมูกของคนไข้เกิดการทะลุแล้ว  ให้รีบไปพบแพทย์ด่วน และอย่าจับหรือดึงซิลิโคนออกมาโดยเด็ดขาด  เพราะอาจจะทำให้อาการหนักและแก้ไขได้ยากกว่าเดิมครับ

นอกจากนี้การทะลุของจมูก  ที่หมอเห็นเป็นประจำ คือการทะลุ 2 ตำแหน่ง  คือ
  1. การทะลุที่สันด้านบน แต่มันทะลุได้ตลอดแนวตัวด้านบนจะเกิดจากซิลิโคน มันกระดกและไปจิกด้านบนอยู่นานก็ทะลุได้เหมือนกัน
  2. บริเวณด้านในสันจมูก ถ้าเกิดมันตึงจะมีอาการแดงตลอดเวลา และเห็นเส้นเลือดแดงขึ้นเยอะ จนกระทั่งอาการปลายจมูกแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นปลายจมูกใส แปลว่าจมูกกำลังจะทะลุ ถ้าเกิดทะลุด้านบนจะแก้ยากมากครับ
ยังไงก็ตาม "การป้องกันย่อมดีกว่าการรอให้มันทะลุแล้ว" ดังนั้นถ้าเกิดใครเริ่มมีสัญญาน เตือนว่ามันเริ่มบาง ก็คือตั้งแต่ด้านบนจนถึงด้านหน้าจมูกจะต้องรีบแก้ก่อนนะครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...