ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เสริมจมูกด้วย…เนื้อเยื่อเทียม

นวัตกรรม การเสริมจมูกรูปแบบใหม่ ปลายพุ่ง ไม่ทะลุ ไม่เบี้ยวด้วย…..เนื้อเยื่อเทียมหรือเนื้อเยื่อธรรมชาติ
นวัตกรรมใหม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาจากการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ด้วยการใช้ “เนื้อเยื่อเทียมหรือเนื้อเยื่อธรรมชาติ” (Acellular Dermal Matrix) ซึ่งเป็นโครงสร้างผิวหนังที่มีรูพรุน กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ รวมถึงคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนังสามารถใช้เสริมจมูกแทนแท่งซิลิโคน หรือใช้รองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุชองแท่งซิลิโคน รวมถึงสามารถใช้เสริมปลายจมูกให้เป็นทรงหยดน้ำ ปลายพุ่งและยังทำให้จมูกดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ผลิตที่ประเทศเกาหลี ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย สามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

รู้หรือไม่……การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนมีข้อเสียอย่างไร?


จมูกเบี้ยว  เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด ตัวซิลิโคนจะเบี้ยวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งของจมูก เนื่องจากร่างกายพยายามบีบรัดใส่ตัวซิลิโคนที่เป็นสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย


จมูกทะลุ  เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยหลังการเสริงจมูกด้วยซิลิโคน เกิดจากซิลิโคนไปดันเนื้อปลายจมูก เมื่อดันไปนานๆปลายจมูกจะเกิดรอยแดงจากการอักเสบและมีโอกาสทำให้ซิลิโคนทะลุได้ในที่สุด ส่งผลให้ปลายจมูกเกิดพังผืด ดึงหดรั้ง ในบางรายอาจทำให้ปลายจมูกบุ๋มลงไป ต้องใช้เวลานานหลายเดือนในการผ่าตัดแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติ แต่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นบริเวณปลายจมูกอยู่


การเห็นแท่งซิลิโคนเป็นสันเด่นชัด  เป็นปัญหาที่หลายคนกังวลเกิดจากการที่แท่งซิลิโคนอย่างชัดเจน ทำให้จมูกดูไม่เป็น


เนื้อเยื่อเทียมหรือเนื้อเยื่อธรรมชาติ (Acellular Dermal Matrix)
เนื้อเยื่อเทียมหรือเนื้อเยื่อธรรมชาติมีหลายขนาดและความหนา ขึ้นกับบริเวณที่ใช้ เช่น
1 ใช้เสริมบริเวณปลายจมูกให้เป็นรูปทรงหยดน้ำ หรือรองปลายจมูกแทนกระดูกอ่อนหลังหู ป้องกันซิลิโคนทะลุ

2 เป็นรูปทรงแบบแท่งที่ยังไม่ผ่านการตัดแต่ง ใช้เสริมจมูกแทนแท่งซิลิโคน

3 เป็นรูปทรงแบบแท่งที่ผ่านการตัดแต่งให้ได้รูปทรงแล้วใช้เสริมจมูกแทนแท่งซิลิโคน

4 ใช้สำหรับห่อทับแท่งซิลิโคนเพื่อไม่ให้เกิดการเงาของสันซิลิโคน


ทำให้ทรงจมูกดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดพังผืดรัดแกนซิลิโคนอีกด้วย

 
ข้อดีของเนื้อเยื่อเทียมหรือเนื้อเยื่อธรรมชาติ
  • ใช้รองปลายจมูกแทนกระดูกอ่อนหลังหู ทำให้จมูกดูเป็นธรรมชาติกว่า นิ่มกว่า จัดทรงได้ง่ายกว่า ไม่เห็นเป็นรอยที่จมูก นอกจากนี้ยังไม่ต้องมีแผลที่หูเพิ่มอีกด้วย
  • ใช้เสริมปลายจมูกสำหรับคนเนื้อจมูกน้อย จมูกหมู หรือจมูกสั้น โดยสามารถทำเป็นทรงหยดน้ำหรือปลายพุ่งก็ได้
  • เบี้ยวน้อยกว่าการใช้ซิลิโคน  เนื่องจากเนื้อเยื่อธรรมชาติเป็นโครงสร้างสามมิติ มีรูพรุน กระตุ้นให้ร่ายกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินมาผสานกับเนื้อเยื่อของคนไข้ จึงทำให้ไม่เกิดพังผืดและเบี้ยวน้อยกว่ากราใช้ซิลิโคน
  • ความหนาของเนื้อเยื่อธรรมชาติไม่บางลง เนื่องจากมีการสร้างเซลล์ คอลลาเจนและอิลาสตินตลอดเวลา ต่างจากการใช้ซิลิโคน ซึ่งมีโอกาสบางลงเมื่อใช้ไปนานๆ
  • ใช้หุ้มซิลิโคนเพื่อไม่ให้เกิดเงาของซิลิโคน ให้ทรงจมูกดูเหมือนจริงและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
  • ไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยเครื่องเอกซเรย์หรืออัลตร้าซาวด์ (เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าไปเสริมจมูกมา)

หวังว่าบทความนี้จะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อความปลอดภัยและความรู้ที่ถูกต้องแก่คนไข้ครับ เพราะความงาม ต้องให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแล

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

รักษาหลุมสิวได้ตรงจุด ให้จบครบในที่เดียว

  เป็นสิวว่าเครียดแล้ว เป็นรอยสิวคือเครียดกว่า แต่ถ้าเกิดหลุมสิวขึ้นมาอันนี้เครียดสุด เพราะหลุมสิวเป็นแผลที่รักษายากมากที่สุดครับ ถ้าเทียบกับปัญหาผิวแบบอื่น โดยส่วนมากถ้าเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บกับผิวชั้นบนก็จะไม่ทิ้งรอยแผลที่ยุบตัวให้เห็น แต่ถ้าหากเกิดในชั้นที่ลึกลงยังผิวชั้นใน การรักษาแผลจะเป็นการสร้างพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบลงไป ทำให้เกิดหลุมสิวขึ้นมาครับ อย่างไรก็ตาม ทุกปัญหามีทางออกเสมอ การรักษาหลุมสิวก็เหมือนกันครับ ถึงปัจจุบันจะไม่มีการป้องกันการเกิดหลุมสิวได้100% แต่มีตัวช่วยในการรักษาหลุมสิวให้ใบหน้าดีขึ้นได้ครับ และวันนี้หมอจะมาพูดถึงวิธีการสยบปัญหาหลุมสิวแบบง่ายๆให้ได้เข้าใจกันครับ การรักษาด้วยวิธีโดยการใช้เข็ม การรักษาหลุมสิวแบบที่ใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมาก จิ้มลงไปในผิวเพื่อผ่านตัวยาเข้าไปในผิว จึงทำให้ผิวสร้างตัวและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น หลุมสิวจึงตื้นขึ้น Derma Stamp รักษารอยหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการกดบล็อกเข็มลงบนผิวให้ทั่วบริเวณที่มีปัญหา เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เติมเต็มผิว ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และจะเห็นผลได้ดีขึ้นเลื่อนๆ แนะน...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...