ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เสริมจมูกควรเลือกซิลิโคนแบบไหน?

ซิลิโคนแท่งที่ใช้ในการเสริมจมูก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ซิลิโคนสำเร็จรูป กับซิลิโคนชนิดเหลาเอง ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. ประเภทซิลิโคนสำเร็จรูป
คือ ซิลิโคนที่ถูกขึ้นรูปเป็นรูปร่างสำเร็จที่พร้อมจะใส่ ผลิตมาจากโรงงาน มีขนาดความกว้างและยาวที่แตกต่างกัน ก่อนทำการเสริมจมูกให้คนไข้ด้วยซิลิโคนสำเร็จรูป
คุณหมออาจปรับแต่งรูปทรงของซิลิโคนอีกเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะสมกับโครงจมูก ของคนไข้แต่ละราย ซึ่งมีข้อดีคือ ได้รูปทรงที่แน่นอน โอกาสเอียงมีน้อยมาก และเนื้อซิลิโคนที่มีให้เลือก ความแข็ง-นิ่มได้หลายเกรด

2. ประเภทซิลิโคนที่เหลาเอง
คือ ซิลิโคนที่เป็นแผ่นใหญ่ ๆ แล้วนำมาเหลาเองให้เหมาะกับรูปจมูกของคนไข้ มีข้อดีก็คือ สามารถเหลาปรับรูปทรงให้เหมาะสม กับโครงจมูกคนไข้แต่ละรายได้
สามารถควบคุมรูปร่างทรงจมูกได้ดี ด้วยการเหลาตกแต่ง ไม่ว่าจะต้องการโด่งมากน้อยแค่ไหน บริเวณปลายจมูกจะให้เป็นอย่างไร เช่น การทำปลายจมูกทรงหยดน้ำ

ควรจะเลือกซิลิโคนทำจากประเทศไหนดี?
1. ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศญี่ปุ่น (Japan Silicone) เป็นซิลิโคนมาตรฐานธรรมดา โดยวัตถุดิบบางตัวได้นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น และได้นำมาผลิตในประเทศไทย เป็นซิลิโคนที่ออกลักษณะเป็นสีเหลือง ลักษณะของ ซิลิโคนจะมีลักษณะค่อนข้างแข็ง
2. ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศอเมริกา (USA Silicone) เป็น ซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ มีความบริสุทธิ์ถึง 100% มีความปลอดภัยและคุณภาพดี (Medical Grade Silicone) เป็นซิลิโคนสีขาว มีเนื้อซิลิโคนที่นิ่ม เนียน ละเอียดมาก และมีความยืดหยุ่นได้ดีกว่า ซิลิโคนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็น ซิลิโคนเสริมจมูกที่นิยมเลือกใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเนื้อของซิลิโคนมีความนิ่มปานกลาง และไม่นิ่มจนเกินไป สามารถเหลาปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อบริเวณของสันจมูกค่อนข้างมาก หรือคนที่มีโครงจมูกที่ยาว
หลังจากเสริมจมูกด้วยซิลิโคนของประเทศอเมริกาแล้ว นอกจากจะทำให้ จมูกดูโด่งสวยเนียน และยังไม่มีโอกาสที่จะยุบตัวลง เมื่อเสริมไปนาน ๆ อีกด้วย
3. ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศเกาหลี (Korea Silicone) เป็น ซิลิโคนสำเร็จรูป แบบมาตรฐานพิเศษ คือ ช่วงโคนจมูกและปลายจมูกจะ มีความนิ่มมาก ๆ มีความยืดหยุ่นตัวสูง ไม่มีโอกาสจะทะลุและเอียงได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการได้จมูกหลังเสริมออกมาให้ เป็นธรรมชาติมากที่สุด แบบสไตล์เกาหลี คือไม่โด่งมากนัก และด้วยความนิ่มมากของซิลิโคนประเภทนี้ ทำให้ สามารถบิดหรืองอจมูกได้ง่าย ทำให้ออกมาได้เหมือน เป็นจมูกที่เป็นธรรมชาติจริงๆ

ซิลิโคนของประเทศอะไรดีที่สุด?
จริงๆแล้วคุณไม่รู้หรอกว่า ซิลิโคนที่เข้าไปในจมูกของคุณนั้น เป็นลักษณะแบบไหน จริงๆแล้วของประเทศอะไร เพราะตอนที่คุณอยู่บนเตียงผ่าตัดนั้น จะถูกปิดตาอยู่แล้ว ตอนที่คุณหมอใส่ซิลิโคนลงไปคุณก็ไม่เห็น ถึงเห็น ชูให้ดู ยังไงก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้มีแหล่งผลิตติดอยู่บนซิลิโคน เหมือนสินค้าทั่วไป หลาย ๆ ที่ก็จะบอกว่า ของประเทศ เกาหลี ญี่ปุ่น หรืออเมริกา บราซิล ดีที่สุด ก็แตกต่างกันไป แต่ต้องได้มาตรฐานรับรองความปลอดภัย นั่นคือดีที่สุดครับ

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ซิลิโคนที่หมอใช้นั้น ดีหรือไม่ดี?
ซึ่งตรงนี้เราอาจจะไม่สามารถตรวจสอบซิลิโคนได้ ดังนั้นเราต้องมาตรวจสอบที่คลินิกหรือตัวคุณหมอ ว่ามีจรรยาบรรณหรือไม่ คนไข้ที่เคยทำมาเป็นอย่างไร ปลอดภัยและสะอาดหรือไม่ และอื่น ๆ ประกอบกันไปครับ

ซิลิโคนนิ่มมาก บิดได้ดีหรือไม่?
ต้องบอกว่าซิลิโคนนิ่มมาก ๆ ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะครับ มีโอกาส ที่จมูกจะบิดเอียงได้มากซิลิโคนที่มีความนิ่มน้อย คือนาน ๆ ไปจะเอียงนั่นเอง  เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ ธรรมชาติของคนเรา ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาครอบซิลิโคนไว้ แล้วรัดแน่นไปเรื่อย ๆ นึกภาพ เรากำดินน้ำมันไว้ในมือนะครับ แล้วค่อย ๆ บีบแน่นเข้า ๆ แน่นอนครับ ดินน้ำมันก็ถูกบีบจนผิดรูปนั่นเอง และไม่ควรจะบิดจมูกเล่นนะครับ เพื่อความปลอดภัยของท่านนั่นเองครับ

แล้วตัวเราจะเหมาะกับนิ่มมากหรือนิ่มน้อยล่ะ?
คุณหมอจะเป็นคนเลือกให้ เลือกให้เหมาะกับพื้นฐานของคนไข้แต่ละคน หรือบางที่ก็จะให้คนไข้เลือกเอง ก็พิจารณาตามนี้ครับ
หากเป็นคนเนื้อบาง เนื้อน้อย จมูกเล็ก ๆ ก็เหมาะกับซิลิโคนนิ่ม ๆ หน่อย เพราะจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติดูไม่เป็นแท่ง สัน ชัดเจน
หากเป็นคนเนื้อจมูกหนา ก็ใช้แบบที่ไม่ต้องนิ่มมากได้ เพราะเนื้อจมูกที่หนาอยู่แล้วจะทำให้ไม่เห็นขอบสันของซิลิโคนที่ชัดเจน อีกทั้งเนื้อจมูกที่หนานี้จะมีแรงรัดมาก หากใช้ซิลิโคนที่นิ่มไปจะรัดจนซิลิโคนบิดเอียงได้ในอนาคต

ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมซิลิโคนแบบเหลาเองจึงได้รับความนิยมมากกว่าซิลิโคนสำเร็จรูป เนื่องจากผลลัพธ์ที่ออกมานั้นจะสวย เรียบเนียบ และสมบูรณ์แบบได้มากกว่าซิลิสำเร็จรูปเนื่องจากซิลิโคนสำเร็จรูปสามารถปรับแต่งได้แค่บางจุดเท่านั้น ถ้าหากปรับแต่งมากเกินไป อาจทำให้รูปทรงของซิลิโคนเสียสมดุลได้ครับ ไม่เพียงเท่านี้ครับสำหรับซิลิโคนสำเร็จรูปไม่สามารถเลือกได้ตามความต้องการของลูกค้า เพราะมีรูปทรงที่แน่นอน ผิดไปจากการเลือกใช้ซิลิโคนแบบเหลาเอง ที่ได้ทั้งความสวยงาม ความพอดี กับรูปแบบจมูกของแต่ละคน เนื่องจากหมอจะเหลาเป็นรายเคสครับ เพราะความงาม ต้องให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแล

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

รักษาหลุมสิวได้ตรงจุด ให้จบครบในที่เดียว

  เป็นสิวว่าเครียดแล้ว เป็นรอยสิวคือเครียดกว่า แต่ถ้าเกิดหลุมสิวขึ้นมาอันนี้เครียดสุด เพราะหลุมสิวเป็นแผลที่รักษายากมากที่สุดครับ ถ้าเทียบกับปัญหาผิวแบบอื่น โดยส่วนมากถ้าเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บกับผิวชั้นบนก็จะไม่ทิ้งรอยแผลที่ยุบตัวให้เห็น แต่ถ้าหากเกิดในชั้นที่ลึกลงยังผิวชั้นใน การรักษาแผลจะเป็นการสร้างพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบลงไป ทำให้เกิดหลุมสิวขึ้นมาครับ อย่างไรก็ตาม ทุกปัญหามีทางออกเสมอ การรักษาหลุมสิวก็เหมือนกันครับ ถึงปัจจุบันจะไม่มีการป้องกันการเกิดหลุมสิวได้100% แต่มีตัวช่วยในการรักษาหลุมสิวให้ใบหน้าดีขึ้นได้ครับ และวันนี้หมอจะมาพูดถึงวิธีการสยบปัญหาหลุมสิวแบบง่ายๆให้ได้เข้าใจกันครับ การรักษาด้วยวิธีโดยการใช้เข็ม การรักษาหลุมสิวแบบที่ใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมาก จิ้มลงไปในผิวเพื่อผ่านตัวยาเข้าไปในผิว จึงทำให้ผิวสร้างตัวและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น หลุมสิวจึงตื้นขึ้น Derma Stamp รักษารอยหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการกดบล็อกเข็มลงบนผิวให้ทั่วบริเวณที่มีปัญหา เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เติมเต็มผิว ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และจะเห็นผลได้ดีขึ้นเลื่อนๆ แนะน...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...