ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อหรือเหนือกล้ามเนื้อ แตกต่างกันยังไง?

เชื่อว่าหลายคนก็คงยังไม่ทราบว่าทำไมต้องเสริมซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อหรือเหนือกล้ามเนื้อ มันมีที่มาจากอะไรกันแน่ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การพัฒนาเทคนิคของการเสริมหน้าอกจะพบว่าช่วงแรกจะเป็นการเสริมหน้าอกแบบใส่ใต้เต้านมเหนือกล้ามเนื้อทั้งหมด เพราะเชื่อว่าจะทำให้ดูเหมือนเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ



แต่การที่ใส่ซิลิโคนใต้เนื้อเต้านมจะทำให้ตัวผิวซิลิโคนสัมผัสกับต่อมเต้านมได้ ซึ่งการที่สัมผัสกันเชื่อว่าเชื้อโรคที่อาจจะเข้ามาทางหัวนมเนี่ยจะเเพร่ไปถึงตัวซิลิโคนได้ แม้จะมีจำนวนน้อยและปกติคนที่ไม่เสริมหน้าอกร่างกายเราก็จะกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ได้เองอยู่แล้ว แต่พอมีซิลิโคนอยู่ร่างกายเราก็จะสร้างพังผืดมารัดเต้านมซิลิโคนนี้ ยิ่งเชื้อโรคมากก็จะเกิดพังผืดหนาและรัดจนเต้านมผิดรูปไปครับ โดยเฉพาะสมัยก่อนจะเกิดพังผืดรัดเต้านมบ่อยมาก ทำให้เกิดการพัฒนาเต้านมแบบผิวทรายขึ้นมา เพื่อให้การเกิดพังผืดเป็นไปได้ยากขึ้นครับ แต่ต่อมามีการพัฒนาเทคนิคการใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ ทำให้โอกาสเกิดพังผืดลดลงไปมาก แต่การใส่ใต้กล้ามเนื้อช่วงแรกก็จะมีปัญหาเต้านมซิลิโคนลอยขึ้นสูง และขยับไปมาได้เวลาเราเกร็งกล้ามเนื้อหน้าอก

ในปัจจุบันประเด็นเรื่องการป้องกันการเกิดพังผืดนั้น ผิวทรายจะดีกว่าผิวเรียบเฉพาะหากเลือกเสริมเหนือกล้ามเนื้อเท่านั้นครับ หากเสริมใต้กล้ามเนื้อ โอกาสการเกิดพังผืดไม่ต่างกันครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเทียบระหว่างการเสริมเหนือและใต้กล้ามเนื้อ การเสริมใต้กล้ามเนื้อจะลดพังผืดได้มากกว่าเยอะครับ


ในสมัยก่อนการเสริมหน้าอกมักใช้ถุงซิลิโคนน้ำเกลือ เพราะมีความเชื้อว่าปลอดภัย แต่เมื่อใส่ไปนานๆแล้วถุงน้ำเกลืออาจจะเกิดการรั่วซึมจึงทำให้หน้าอกแฟบได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาเรื่องซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอกไปมาก  จึงเปลี่ยนมาเป็นซิลิโคนแบเจล (Cohesive gel silicone implant) ซึ่งมีคุณภาพมากกว่า และผ่านการรับรองมาตรฐานจากอเมริกา เช่นจะไม่รั่วซึม, อายุการใช้งานยาวนาน ที่สำคัญมีความสวยงามในรูปทรงและเป็นธรรมชาติมากครับ

การเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular) ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่ไม่มีเนื้อนมและเนื้อนมค่อนข้างน้อย   การเสริมใต้กล้ามเนื้อในการสัมผัสจะได้รับความรู้สึกว่าจับเนื้อนมมากกว่าเนื้อ silicone เพราะ silicone จะซ่อนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ

ส่วนใหญ่คนเอเชียจะทำโดยการเสริมซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อมากว่าการเสริมบนกล้ามเนื้อเพราะว่าคนเอเชียมักมีปัญหาเรื่องของขนาดหน้าอกที่เล็กแล้วต้องการเสริมให้ขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้นเองและการที่คนไข้ขยับแขนจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกนั้นช่วยนวดซิลิโคนอีกทางหนึ่งด้วย คนไข้ที่มีเนื้อนมที่หย่อนยานแพทย์จะแนะนำให้เสริมใต้กล้ามเนื้อจะดีกว่าเสริมบนกล้ามเนื้อเพราะว่าจะช่วยให้เต้านมได้รูปมากขึ้น โดยการยกหรือจะทำให้หน้าอกดูกระชับและดูเป็นธรรมชาตินั่นเองครับ


คงจะช่วยให้ตัดสินใจได้มากขึ้นนะครับ แต่ทีจริงแล้ว หมอว่าคนที่เลือกควรจะเป็นแพทย์มากกว่า เพราะน่าจะรู้ดีว่าเคสไหนเป็นเคสธรรมดา เคสไหนเป็นเคสยากครับ และความถนัดของแพทย์ด้วย เพราะความงาม ต้องให้ ”ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแล




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...