ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

10 สัญญาณเตือนก่อน ” ซิลิโคน ” ทะลุ!!

 

1. ปลายจมูกสะท้อนแสง มากกว่าส่วนอื่น อาจเกิดจากผิวหนังนั้นบางกว่าส่วนอื่นทำให้ซิลิโคนที่อยู่ใต้ผิวหนังเริ่มสะท้อนแสงออกมา

2. ลูบปลายจมูกแล้วรู้สึกเสียวๆ เพราะปลายจมูกมีเซลรับประสาทสัมผัสมากกว่าส่วนอื่น การที่ลูบแล้วรู้สึกเสียวแปลบมากขึ้นแสดงว่า ผิวเราเริ่มบางลง

3. ผิวบางก็ส่งผลให้เม็ดสีจางหรือลดน้อยลง ทำให้ปลายจมูกมีสีแตกต่างจากส่วนอื่น

4. รูปร่างซิลิโคนมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เห็นว่ามีการเบี้ยวหรือเอียงหลังเสริมไปนานๆ

5. มีก้อนตะปุ่มตะป่ำบริเวณจมูก เป็นเพราะหินปูนมาเกาะที่ซิลิโคน หรือแคปซูลที่หุ้มภายนอก

6. จมูกยาวหรืองุ้มลงกว่าเดิม เกิดจากการที่ซิลิโคนเคลื่อนที่ลงมา เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดการทะลุของซิลิโคน

7. จมูกเริ่มมีร่องหรือรอยบุ๋ม โดยอาจเกิดจากการที่ผิวหนังด้านบน ยึดติดกับขอบของซิลิโคน ทำให้เห็นเป็นขอบของปลายซิลิโคนชัดเจนขึ้น หรือผังผืดที่เกาะรอบๆปลายซิโคนและค่อยๆรัดตัว

8. มีสิวหัวช้างปลายจมูก กินยาก้อไม่ดีขึ้น สิวหัวช้างคือการที่ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ย่อมส่งผลให้ผิวหนังเป็นแผลและบางลงจนทำให้เห็นซิลิโคนได้

9. จมูกเห็นเงาหรือส่วนของขาซิลิโคนชัดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากซิลิโคนที่มีขา ทำให้ผิวหนังบางลง

10. ซิลิโคนทะลุออกมาที่ปลายจมูก ให้รีบติดต่อแพทย์ทันที

ร่างกายของมนุษย์เรานั้นจะมีระบบกลไก ปกป้องสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก ซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้น ทำให้ซิลิโคนถูกดันมาที่ปลายจมูก  ทำให้เกิดอาการแดงที่ปลายจมูกและยังส่งผลให้ปลายจมูกนั้นบางลง โดยเสร็จสิ้นขบวนการต่อต้านของร่างกายนั้นก็คือการที่ซิลิโคนทะลุออกมาจากปลายจมูก โดยการแก้ไขนั้นต้องนำซิลิโคนออก และใช้เนื้อเยื่อจากส่วนอื่นมาเติมที่ปลายจมูก แต่หากร่างกายต่อต้านมากๆต้องนำซิลิโคนที่เสริมจมูกนั้นออกสถานเดียวเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ทาง Theerathorn Clinic คำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้อย่างสูง ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการแก้จมูกนั้น ท่านต้องทราบก่อนว่า การแก้จมูกนั้นหลังทำมาแล้วต้องรอระยะเวลา 6 เดือนก่อนจึงจะสามารถแก้ไขจมูกได้ไม่สามารถทำได้ในทันที เนื่องจากเนื้อเยื่อกำลังสร้างตัว เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง  เพราะความงาม ต้องให้”ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแล

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...