ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เช็คด่วน!! ภาวะดื้อ Botox

 

การฉีดโบท็อกซ์ เป็นการฉีดเพื่อช่วยยกกระชับรูปหน้า ลดริ้วรอย ตีนกา ร่องแก้ม ได้สารพัดอย่าง แถมวิธีก็ง่ายได้ผลลัพธ์ในเวลาอันรวดเร็ว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นวิธีที่สาว ๆ หลายคนนิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน แต่พอเราฉีดโบท็อกซ์ซ้ำ ๆ หลายครั้ง ร่างกายดันเกิดปฏิกริยาต่อต้าน หรือที่เรียกกันว่า “ การดื้อโบท็อกซ์ ”  นั้นเอง  จึงทำให้การฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ควร

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรามีอาการดื้อโบท็อกซ์ ?

ประสิทธิภาพของฤทธิ์ยาโบท็อกซ์ที่เคยอยู่ได้นานก็ลดลง คือจากเดิมที่เราเคยฉีดแล้วมีฤทธิ์ยาอยู่ได้นานถึง 6 เดือน ฤทธิ์ยาก็ลดเหลือแค่ 4 เดือน และลดลงเรื่อยๆ จนในที่สุดการฉีดโบท็อกซ์ก็ไม่ได้ผล แต่ถ้าอยากได้วิธีที่ที่ทำแล้วรู้เลยว่าเรามีภาวะดื้อ Botox แบบเห็นได้ชัด ก็ลองทำการทดสอบโดยให้แพทย์ฉีดหน้าผากหรือจุดที่มีริ้วรอยเพียงฝั่งเดียว และรอดูผลลัพธ์หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์  ถ้าริ้วรอยไม่หายไปนั้นแสดงว่ามีอาการดื้อโบท็อกซ์

เคล็ดลับง่ายๆ ถ้าไม่อยากเจอปัญหาของอาการดื้อโบท็อกซ์

1.ควรฉีดเพียง 2 ครั้งต่อ 1 ปี  ด้วยความที่โบท็อกซ์  เป็นสารสกัดจากธรรมชาติจึงมีอายุที่สามารถอยู่ในร่างกายของเราได้ประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น (แล้วแต่บุคคล) จากนั้นก็จะค่อยๆ สลายไป หน้าของเราก็คืนสู่สภาวะปกติ จึงต้องมีการฉีดซ้ำเรื่อยๆ สำหรับความถี่ในการฉีดโบท็อกซ์ ควรฉีดต่อเนื่องในระยะที่เหมาะสม ไม่ถี่จนเกินไป

2.ใช้กล้ามเนื้อให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการกระตุ้น  หลังจากฉีดโบท็อกซ์ไปสักระยะหนึ่งแล้ว หากกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้ขนาดกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์เล็กลงและทำให้โบท็อกซ์อยู่ได้นานขึ้น แต่ถ้ากล้ามเนื้อถูกกระตุ้นให้ใช้งานบ่อย เช่น ยิ้ม เลิกคิ้ว กล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นและทำให้โบท็อกซ์อยู่ได้สั้นลง

3.ควรฉีดโดยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญ  เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและหมอที่มีความชำนาญในการประเมินกล้ามเนื้อที่จะฉีด ว่าจุดไหนควรฉีดเท่าไหร่ ความลึกเท่าไหร่ หากฉีดไม่ตรงจุด ก็จะเกิดปัญหาทำให้เห็นผลลัพธ์ช้าหรืออยู่ได้สั้นลงและสารที่ฉีดก็ปลิวกระจาย และอาจจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำให้มี “ภาวะดื้อ Botox” ตามมาได้

พอรู้แบบนี้แล้ว ใครที่ชอบการฉีดโบท็อกซ์ จะต้องระมัดระวัง ศึกษาหาข้อมูลของคลินิกให้ดี เลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาต รวมถึงเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้ชำนาญการด้วย เพื่อความปลอดภัย และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี อย่าเห็นแก่ของถูกเด็ดขาดเพราะความสวยต้องมีการลงทุน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

รักษาหลุมสิวได้ตรงจุด ให้จบครบในที่เดียว

  เป็นสิวว่าเครียดแล้ว เป็นรอยสิวคือเครียดกว่า แต่ถ้าเกิดหลุมสิวขึ้นมาอันนี้เครียดสุด เพราะหลุมสิวเป็นแผลที่รักษายากมากที่สุดครับ ถ้าเทียบกับปัญหาผิวแบบอื่น โดยส่วนมากถ้าเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บกับผิวชั้นบนก็จะไม่ทิ้งรอยแผลที่ยุบตัวให้เห็น แต่ถ้าหากเกิดในชั้นที่ลึกลงยังผิวชั้นใน การรักษาแผลจะเป็นการสร้างพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบลงไป ทำให้เกิดหลุมสิวขึ้นมาครับ อย่างไรก็ตาม ทุกปัญหามีทางออกเสมอ การรักษาหลุมสิวก็เหมือนกันครับ ถึงปัจจุบันจะไม่มีการป้องกันการเกิดหลุมสิวได้100% แต่มีตัวช่วยในการรักษาหลุมสิวให้ใบหน้าดีขึ้นได้ครับ และวันนี้หมอจะมาพูดถึงวิธีการสยบปัญหาหลุมสิวแบบง่ายๆให้ได้เข้าใจกันครับ การรักษาด้วยวิธีโดยการใช้เข็ม การรักษาหลุมสิวแบบที่ใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมาก จิ้มลงไปในผิวเพื่อผ่านตัวยาเข้าไปในผิว จึงทำให้ผิวสร้างตัวและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น หลุมสิวจึงตื้นขึ้น Derma Stamp รักษารอยหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการกดบล็อกเข็มลงบนผิวให้ทั่วบริเวณที่มีปัญหา เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เติมเต็มผิว ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และจะเห็นผลได้ดีขึ้นเลื่อนๆ แนะน...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...