ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มาทำความรู้จักกับโรคโคโรน่าหรือไวรัส COVID -19

โรคโคโรน่าหรือไวรัส COVID -19

เนื่องจากตัว COVID -19 สามารถติดต่อจากสารคัดหลั่งของร่างกายไม่ว่าจะเกิดจากน้ำลาย น้ำมูก หรือเหงื่อของเราที่กระจายออกมา การที่เราห่างกัน 1 เมตรจะช่วยให้เรามีโอกาสติดเชื้อน้อยลงและที่สำคัญ ถ้าเราได้ติดตามฟังข่าวที่อาจารย์ของผมพูดคือ อาจารย์ประสิทธิ์  วัฒนาภา ที่โรงพยาบาลศิริราช ก็มีความเป็นกังวลอย่างมาก และในทุกๆวันก็จะมีคนติดเชื้อถึง 33% รวมทั้งการเกิดปัญหาเตียงไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากได้มีผู้ป่วยเดิมอยู่แล้วที่มีโรคประจำตัว เรียกได้ว่าเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่พวกเราทุกคนต้องรับมือกับมันให้ได้ โดยมีวิธีการรับมือ ดังนี้

  1. เชื้อไวรัสนี้ติดต่อผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน เมื่อใช้หน้ากากอนามัยเสร็จแล้วควรทำลายโดยการฉีกทิ้ง ป้องกันการทำไปใช้ซ้ำ
  2. เชื้อไวรัสโคโรน่าติดต่อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เนื้อสัตว์ ไม่ควรทานดิบ ควรทานแบบสุกเท่านั้น
  3. หมั่นล้างมือหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่ โดยการล้างมือ 7 วิธี ด้วยเวลา 20 วินาทีก็สามารถกำจัดเชื้อไวรัสไปได้
  4. หลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ หรือ ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก
  5. ไม่สัมผัสใบหน้า เช่น ปาก ตา จมูก เป็นต้น เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่เราสัมผัสก่อนหน้านี้มีเชื้อแบคทีเรียอะไรบ้าง ก่อนจะสัมผัสอะไรก็ควรล้างมือก่อนทุกครั้ง
  6. กินร้อน ช้อนตัวเอง คือการไม่ใช้ของส่วนร่วมรวมกับผู้อื่น แต่หันมาใช้ของส่วนตัวเพื่อความปลอดภัยห่างไกลจากโรค

ทั้งนี้ กลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปและกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว จัดเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้มากที่สุด และยังมีอัตราสูงต่อการเสียชีวิต ดังนั้นต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่และล้างมือบ่อยๆ ปิดหน้ากากอนามัย ไม่ออกไปข้างนอกหากไม่จำเป็นจริงๆ หลีกเลี่ยงการอยู่กับคนหมู่มาก เพื่อป้องกันเชื้อโรคและลดภาวะการติดเชื้อCOVID-19 อีกด้วย และที่สำคัญต้องสังเกตร่างกายตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ หากมีสิ่งผิดปกติ ไอหรือจามคล้ายกับคนเป็นไวรัสCOVID-19 ควรรีบพบแพทย์ทันที

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...