ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ซิลิโคนเสริมจมูก วัสดุที่ใช้เสริมจมูก มีอะไรบ้าง?

ศัลยกรรมจมูก เป็นที่นิยมมากสำหรับสาวๆ ในปัจจุบัน  แต่เอ๊ะสาว ๆ รู้กันไหมว่า ซิลิโคนเสริมจมูกนั้นมีวัสดุใดบ้างที่หมอนิยมใช้สำหรับเสริมจมูกหรือแก้จมูก และวัสดุแต่ละชนิดมีลักษณะต่างกันอย่างไร ถ้าสาว ๆ สงสัย เดียวหมอจะพาไปดูวัสดุที่ใช้ในการช่วยเสริมจมูกหรือแก้จมูกกันนะครับ


Silicone : เป็นวัสดุที่ได้ความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีโอกาสเปลี่ยนรูปทรงน้อย แม้เวลาจะผ่านไป หลังจากทำการศัลยกรรม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็ยังดูดี แต่จะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เมื่อสังเกตดูจากด้านข้างรูปทรงของช่วงสันจมูกจะดูตรงสวยและเป็นธรรมชาติ  แต่ไม่เหมาะกับคนผิวบาง แบ่งออกเป็น 2 แบบ


ซิลิโคนสำเร็จรูป : ลักษณะจะมีการขึ้นแบบมาหลายทรงแตกต่างกันไป เช่น ซิลิโคนแบบ L-shape หรือแบบ I-shape ที่จะเน้นวางครอบให้แนบแน่นบนฐานโครงสร้างจมูก และที่คลินิกเรา หมอจะใช้แค่ซิลิโคนจากประเทศอเมริกา (USA Silicone) เป็นซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ  มีความปลอดภัยสูงคุณภาพดี เนื้อซิลิโคนเป็นสีขาว เนียนและละเอียด โดยผิวสัมผัสซิลิโคนมีความนิ่มปานกลาง ไม่นิ่มจนเกินไป สามารถเหลาปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่นสูง หลังเสริมจมูกซิลิโคนจะไม่ยุบตัวทำให้จมูกโด่งเป็นทรง เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อบริเวณของสันจมูกค่อนข้างมากครับ


ซิลิโคนแบบเหลา : ลักษณะจะเริ่มต้นมาเป็นบล็อคสี่เหลี่ยม ต้องใช้ความชำนาญในการเหลาให้ได้ทรงแบบที่ต้องการ และซิลิโคนเรียบลื่นมากที่สุด ไม่เกิดความเป็นขุย หรือเหลาแล้วบิดเบี้ยวผิดรูปไป

ข้อดี : ความคงรูป ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงรูปเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ข้อเสีย :  มักเกิดแผลที่ปลายจมูก เพราะเกิดการเสียดสีและแรงกดกับเนื้อปลายจมูก สามารถทำให้เนื้อปลายจมูกทะลุได้ ยิ่งเนื้อน้อยยิ่งต้องระวัง ซิลิโคนจึงเหมาะกับใช้เสริมบริเวณสันจมูกเท่านั้น


Gore-Tex : เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในการระบายอากาศยอดเยี่ยมเพราะมีมีรูพรุนเหมือนฟองน้ำ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้เสริมบริเวณจมูก, คาง และแก้ม มีสัมผัสที่อ่อนนุ่ม แต่หลังศัลยกรรมอาจจะมีรอยวัสดุเล็กน้อย แต่ในปัจจุบันไม่ได้นิยมแล้ว เพราะมีปัญหาหลังจากที่เสริมไปได้สักระยะก็เริ่มเกิดพังผืด


เนื้อเยื่อเทียม : หรือเรียกอีกอย่างว่าเนื้อเยื่อสังเคราะห์ มีคุณสมบัติเหมือนหนังแท้ของตัวเอง มักนำมาใช้แก้ไขหรือเสริมบริเวณที่มีปัญหาเนื้อบางทั้งสันจมูกและปลายจมูก หรือเอามาคลุมซิลิโคนบริเวณปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุ แต่ถ้าเสริมซิลิโคนที่ปลายจมูกมากเกินไปก็ทะลุได้อยู่ดี แต่เนื้อเยื่อเทียมจะทำให้ทรงอยู่ไม่คงที่และก็มีโอกาสยุบได้ 20%-40%


กระดูกอ่อนหลังหู : ในบรรดากระดูกทั้งหมด กระดูกอ่อนหลังใบหูจะเป็นนิยมใช้กันมาก มักจะเสริมร่วมกับซิลิโคนในกรณีที่ต้องการเสริมปลายจมูกไม่ให้บางและเสริมรองบริเวณปลายจมูก จึงลดอาการเสี่ยงจมูกทะลุได้ และยังเป็นทรงสวยดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น นิ่มกว่าชนิดอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมจมูกสูงเพียงแค่ 1 มิลลิเมตร และแก้รอยคอดของจมูกได้ไม่มาก สามารถเสริมได้ทั้งเคสใหม่ และเคสแก้ไขเลยครับ


กระดูกอ่อนแกนกลาง : สำหรับคนทำจมูกครั้งแรก คนที่มีทรงจมูกต่ำ หรือเคสใหม่ที่มีพังพืดมาก จะใช้กระดูกส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุด นิยมนำมาใช้เพื่อทำปลายหยดน้ำ ซึ่งจะเป็นการผ่าตัดโดยเทคนิคโอเพ่นเพื่อเปิดจมูกแล้วเลาะเอากระดูกอ่อนมาใช้  เพื่อให้ได้ปลายสวยงาม นอกจากนี้หมอจะใช้การยกกระดูกอ่อนปีกจมูก เพื่อตกแต่งปลายและรูจมูกให้สวยมากขึ้นด้วยครับ


กระดูกซี่โครง : กรณีที่ไม่สามารถใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูหรือกระดูกอ่อนในจมูกได้ หรือเกิดอาการอักเสบ จะใช้กระดูกอ่อนบริเวณซี่โครงแทน ซึ่งกระดูกอ่อนซี่โครงมีข้อดีคือ จะเสริมให้ปลายจมูกพุ่ง หรือเพิ่มความยาวสูงของสันจมูกได้ โดยไม่ต้องใช้ซิลิโคน และจมูกเราก็จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบน้อยกว่าจุดอื่นครับ

สำหรับหมอเอง หมอได้เลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพให้กับคนไข้และหมอจะประเมินปัญหาที่คนไข้เจอ เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อให้คนไข้ของหมอสวยจบในครั้งเดียว และหมอขอแนะนำสำหรับสาวๆที่กำลังมองหาคลินิกอยู่นั้นว่าให้เลือกคลินิกที่ปลอดภัย หมอมีความชำนาญ เพราะถ้าคิดจะทำก็ทำให้ดี ทำทีเดียวจบกันไปเลยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...