ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การศัลยกรรมดึงหน้า ให้ดูเด็ก

การมีใบหน้าที่สดใสเต่งตึงเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนปรารถนา โดยเฉพาะผู้หญิงเราเวลาโดนชมว่าสวยไม่สร่าง หรืออายุเยอะแล้วแต่ผิวหน้ายังตึงเปรี๊ยะ จะรู้สึกปลาบปลื้มดีใจจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ และคงอยากให้ความสวยความเต่งตึงคงอยู่อย่างนี้ไปตลอด แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วสังขารของมนุษย์นั้นไม่เที่ยง ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงเสื่อมสภาพไปตามวัย ผิวหน้าที่เคยเปล่งปลั่งสดใสจะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ไม่เต่งตึงเหมือนสาวๆ ยิ่งวัยเพิ่มมากขึ้นความหย่อนคล้อยจะยิ่งเห็นชัด เช่น หางคิ้วจะตกลง หนังตาด้านข้างจะหนาขึ้น แก้มห้อยย้อย มุมปากตก ร่องแก้มลึก ผิวบริเวณคอหย่อน ริ้วรอยแห่งวัยยิ่งเด่นชัดก็ยิ่งฟ้องอายุ และส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองได้ แต่ถึงยังไงปัญหานี้ก็จะหมดไปกับวิธีการแก้ไขปัญหาความชราบนใบหน้าด้วยการทำ “ศัลยกรรมดึงหน้า” นั้นเอง

ศัลยกรรมดึงหน้า

การดึงหน้าคืออะไร

Face Lift หรือ Rhytidectomy คือการผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า โดยสามารถทำยกกระชับใบหน้าได้ทั้ง 5 ส่วนคือ

  1. ส่วนขมับ หน้าผาก คิ้ว
  2. ส่วนหางคิ้ว หางตา ร่องน้ำตา โหนกแก้ม
  3. ส่วนแก้ม ร่องแก้ม
  4. ส่วนร่องน้ำหมาก กรอบคาง
  5. บริเวณช่วงลำคอ

สามารถเลือกได้ว่าจะจัดการแก้ไขทั้ง 5 ส่วน หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ขึ้นกับลักษณะปัญหาใบหน้าของคนนั้นๆ

การผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าสามารถทำร่วมกับวิธีการอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลออกมาดีที่สุด เช่น การผ่าตัดตกแต่งใบหน้า การผ่าตัดถุงใต้ตา, การฉีดไขมันและอื่นๆ

ศัลยกรรมดึงหน้า

ทำไมถึงต้องผ่าตัดยกกระชับใบหน้า

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ใบหน้าก็เริ่มหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง ไม่กระชับเหมือนเก่า อีกทั้งอิลาสติกใต้ผิวหนังก็เริ่มหย่อนยาน  จึงเป็นสาเหตุให้ใบหน้าดูแก่ ดูเหี่ยวย่น การแก้ไขปัญหาความชราบนใบหน้านี้ก็คือการทำ “ศัลยกรรมผ่าตัดยกกระชับใบหน้า” การผ่าตัดดึงเอาหนังส่วนเกินออก เพื่อทำให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับ ดูอ่อนเยาว์ลง ซึ่งแตกต่างกับการทำการร้อยไหม เพราะถึงแม้การร้อยไหมจะเป็นช่วยยกกระชับใบหน้า แต่ตัวไหมนั้นไม่มีจุดยึด ทำให้ในระยะเวลาไม่นานใบหน้าก็จะกลับหย่อนคล้อยใหม่อีกครั้ง ศัลยกรรมดึงหน้าจึงเป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่ง เพื่อแก้ไขใบหน้าที่ดูชรา ให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับดูอ่อนเยาว์ไม่ต่ำกว่า 10 ปี

ใครที่เหมาะกับการศัลยกรรมผ่าตัดยกกระชับใบหน้า

  • หญิง/ชาย ที่ต้องการดูดีตลอดเวลา
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตีนกา,รอยย่นบนผิวหน้า,หางตาไม่เท่ากัน
  • ผู้ที่มีปัญหา เรื่อง แก้มห้อย,แก้มไม่เท่ากัน,ร่องน้ำหมากลึก
  • ผู้ที่ทำการร้อยไหมอาจไม่ตอบโจทย์ กับผิวหน้าของตนเองตามที่คาดหวัง

ข้อดีของการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า

  • ยกกระชับผิวหนังบริเวณใบหน้าที่หย่อนคล้อย
  • แก้ปัญหาร่องน้ำหมากลึกได้

ศัลยกรรมดึงหน้า

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดยกกระชับใบหน้า

  • แจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว , ยาโรคประจำตัว , ประวัติการผ่าตัด , การแพ้ยา , การแพ้อาหาร (หากมีประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ควรนำมาในวันปรึกษาด้วย)
  • งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยาแก้ปวด ยาละลายลิ่มเลือด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด  อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่)
  • งดวิตามิน , น้ำมันตับปลา , อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด อย่างน้อย1สัปดาห์
  • ถอดโลหะทุกชนิดอออกจากร่างกาย

 

ศัลยกรรมดึงหน้า

 « การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดยกกระชับใบหน้า»

  • หลังการผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้ แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แนะนำทานเป็นอาหารอ่อนได้
  • นอนหมอนสูง 2 ใบ หรือศีรษะสูงประมาณ 30-40 องศา เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • ประคบเย็นบ่อย ๆ (ห้ามประคบอุ่นเด็ดขาด) โดยประคบบริเวณช่วงตาและแก้มหรือประคบไปพร้อมๆ กัน ทั้งดวงตาและแก้ม
  • แนะนำให้รัดผ้าที่ใบหน้าอย่างน้อย 7-10 วัน และสามารถรัดได้ต่อเนื่องจนถึง 1 เดือน ในช่วงที่พักผ่อน ที่บ้านและหากออกนอกบ้านสามารถถอดผ้ารัดหน้าออกได้
  • ระยะ 4-5 วันหลังผ่าตัด จะเป็นช่วงที่ใบหน้าบวมมากที่สุด
  • ทานยาที่ได้รับต่อเนื่องจนหมด ไม่จำเป็นต้องซื้อยามาทานเพิ่มเพราะยาที่ได้รับเพียงพอแล้วสำหรับการรักษา
  • ในกรณีทานอาหารเสริม แนะนำให้ทาน 3-4 สัปดาห์ หลังการผ่าตัด
  • ควรงดแอลกอฮอล์ 1 เดือนหลังการผ่าตัด
  • สามารถเริ่มทำเคมีเกี่ยวกับเส้นผม เช่น การย้อมสี การยืด ได้เมื่อ 1 เดือนหลังการผ่าตัด

การศัลยกรรมดึงหน้า เป็นการแก้ปัญหาความหย่อนยานตามวัยที่เห็นผลทันตา ผิวหน้าเรียบตึงย้อนวัยไปได้หลายปี ไม่ว่าส่วนไหนเกิดการหย่อนคล้อยก็จัดการได้ จะดึงเฉพาะบางที่หรือทำทั้งทีขอดึงทั้งหน้าก็สามารถทำได้ แพทย์ผู้ชำนาญการและมีประสบการณ์สูงจะดึงหน้าลดอายุให้คุณกลับมาเป็น “สาวสองพันปี” ได้อย่างที่คุณต้องการ  

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร?

เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหูกับเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm)  วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นใช้เสริมปลายจมูกหรือกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและสามารถใช้ในรายที่ผิวบางหรือ เสริมเพิ่มเพื่อป้องกันผิวหนังทะลุใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในเมืองไทยมีใช้น้อยมาก ราคาค่อนข้างสูงมากครับ รีวิวเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม กระดูกอ่อนหลังหู  วัสดุที่นำมาจากตัวคนไข้เอง กระดูกและกระดูกอ่อน สามารถนำมาได้หลายบริเวณจากตัวคนไข้เอง แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ กระดูกอ่อนที่อยู่กึ่งกลางที่แบ่งจมูกซ้ายขวา กระดูกหู ในบางรายที่ต้องการความหนาของสันจมูกมากๆก็อาจใช้กระดูกซี่โครง,กระดูกเชิงกราน หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะก็นำมาใช้ได้ครับ ข้อดีของการนำกระดูกมาใช้คือ เป็นของตัวเราเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเสริมและปรับแต่งปลายจมูก ได้มากกว่าซิลิโคน แต่ก็มีข้อเสียคือ มีแผลเพิ่มอีกแผล กระดูกที่เอามาวางมีโอกาสตายและทรุดลง บิดเบี้ยวได้ และที่สำคัญราคาผ่าตัดค่อนข้างสูง ใช้เวลาในการผ่าตัดนานและต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำ...

"Quadro Star Pro Yellow Laser" คืออะไร

        การดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้หมอจะมาบอกการทำเลเซอร์เกี่ยวกับใบหน้ากันครับ  " Quadro Star Pro Yellow Laser"   คืออะไร รักษาอะไรได้บ้าง                  Quadro Star Pro Yellow Laser คือโปรแกรมลดเลือนฝ้าเส้นเลือด ผื่นแดง กระ ฝ้า จุดจ่างดำ บนใบหน้า ด้วยการนำนวัตกรรมแสง Diode Laser สีเหลือง ( The world ’ s first pure yellow laser ) ครับ มีความยาวคลื่นที่ 577 นาโนเมตร คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันนีครับ นำมาใช้กำจัดรอยที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการแตกของเส้นเลือดฝอย ช่วยลดปัญหาฝ้าลึกหรือฝ้าเส้นเลือดที่เกิดจากการอักเสบได้ครับ หรือรอยแดงจากการอักเสบของสิว ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและผลข้างเคียง มีความปลอดภัยสูงด้วยการส่งผ่านพลังงานแบบ Homogeneous beam ที่ให้พลังงานออกมาสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้นด้วยครับ            เลเซอร์ตัวนี้จะมีข้อดีที่เหมาะกับคนไทยเป็นอย่างมากครับ ทำให้เส้นเลือดแดงบนใบหน้าลดลง ลดการอักเส...
ข้อดี – ข้อเสีย ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมันต่างกันอย่างไร การฉีดไขมันทำให้หน้าดูเด็กลง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง เป็นที่นิยมมากในยุคปัจจุบัน วันนี้หมอจะมาอธิบาย  “ข้อดี -  ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ กับ การฉีดไขมัน” กันครับ การฉีด “ ฟิลเลอร์ ” เหมาะสำหรับคนที่ฉีดไม่เยอะ ฉีดเฉพาะจุดครับ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม ขมับ หรือหน้าผาก หมอจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้มากครับ เช่น เข็ม หมอจะใช้เข็มปลายทู่ เทคนิคการฉีด และ การระมัดระวังในการฉีดจุดต่างๆ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ มีการบวมช้ำน้อย และ ปลอดภัยครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งการใช้เข็มปลายทู่ มีข้อดีคือ ไม่โดนเส้นเลือด และไม่ค่อยช้ำครับ แต่ว่าถ้าฉีดเยอะๆ ใต้ตาลึกมากๆ มีรอยคล้ำมาก ก็ต้องฉีดเยอะ   ข้อเสีย คือ ถ้าฉีดเยอะอาจจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉีดในปริมาณมาก เช่น แก้มตอบมาก ขมับบุบมาก หน้าผากแบน ก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเยอะครับ ซึ่งถ้าบางเคสต้องใช้ปริมาณเยอะขนาดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณมากพอ และ ไม่อยากพักฟื้น ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นทางเลื...